<< January >>

S

M

T

W

T

F

S

28 

29 

30 

31 

9 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2009>>

เหอๆ -..-
ห่างหาย
การสอบน๊อ
มีแต่รูป งิงิ
B-B BUR R-R RAP P-P PHA BURAPHA
ดอง งิงิ
50 Tags
ไปของจริง - -"
ก่อนจะไม่ได้เขียน
บูรพา + รองเท้า
ไปและ
ป ก ผ ล จ้า
ตัวขี้เกียจเกาะกิน
รวย เครียด ว่างจัด
ไม่มีอะไร
จน เครียด ย๊าก
สาด
ห ม ด
กลับมาแล้วจ๊ะ
กระซิกๆ โฮ
เหงาดีจัง >_<
See Sea
ทะเล๊ทะเล
ผลสอบออกแล้วจ้า
อ๊ากกก สอบเสร็จแล้ว
ทน - ท้อ
ไดดองอร่อยๆจ้า - -
กีฬาสี *0*
นะ....นะ....หนาว








บูรพา + รองเท้า

เมื่อวานเพิ่งกลับมาจากไปสอบสัมภาษณ์ แล้วก็ตรวจร่างกายที่ บูรพา ล่ะ
 
เหนื่อยดีจริงๆ เข้าไปก็เจอพวกพี่ๆเต้นกันอย่างเมามัน - -"

แล้วพี่ก็มานั่งคุยด้วย เป็นผู้ชาย 2 คน

สักพักก็มีผู้ชายคนนึงมา พี่ก็ถามชื่อ และพี่แกก็ถามเบอร์ เหอๆ

แต่คนนั้นก็ไม่ได้ให้ไป พี่เขาก็บอกกับผู้ชายคนนั้นอ่ะ 

ว่า ผู้ชายคณะเราเนี่ย มีน้อยนะน้อง แต่ไม่เป็นไร

ไม่ต้องกลัวไป ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีใครกินเหล้าเป็นเพื่อน

อยากกินเมื่อไหร่เรียกพวกพี่ได้เลย (เหอๆ) มันกินกันทุกวัน

แล้วผู้ชายคณะเราเนี่ยก็แปลกนะ

มีก็น้อยอยู่แล้ว แล้วยังแปลงร่างกันได้อีก (น่ากลัวง่า)
 
รอสอบสัมภาษณ์นานมาก แล้วอาจารย์ก็สัมภาษณ์เค้านานมากๆอ่ะ

อาจารย์ก็บอกว่า แนะนำตัวหน่อยสิ

คิดว่าตัวเองเป็นคนยังไง ชอบอะไรไม่ชอบอะไร

พ่อแม่ทำงานอะไร ทำงานที่ไหน บ้านอยู่ไหน โรงเรียนอยู่ไหน

เลือกคณะอะไรไปบ้าง ทำไมถึงเลือก

แล้วทำไมถึงเลือกเรียนภาษาเกาหลี

(คณะอันดับ 2 กับ 3 เอกเกาหลี แต่ไม่ติด เหอๆ)

คิดดีแล้วเหรอที่เลือกคณะนี้

ชอบจริงๆหรือเปล่า เพราะว่าต้องเรียนอีก 4 ปีเลยนะ

รู้ไหมที่นี่สอนอะไร มีอะไรจะถามอีกไหม

คิดยังไงกับการแต่งตัวของนักศึกษาสมัยนี้

และอีกมากมายที่อาจารย์แกจะคิดได้ - -" พี่แกถามมาหมดเลย
 
ออกมาเจอพี่ที่จะพาไปตรวจร่างกาย
 
เขาก็ถามว่า น้องเขาถามอะไรน้องบ้างอ่ะ พี่รอน้องนานมากเลย
 
แล้วก็นั่งรถไปตรวจร่างกาย หมอที่ตรวจเค้าเป็นผู้ชาย หล่อด้วย หึหึ
 
จากนั้นก็งงๆกับเรื่องจองหอต่อ ปวดกบาลจริงวุ้ย จะได้อยู่หอใน หรือหอนอกนะ

-------------------------------------------------------

วันนี้ไปซื้อรองเท้าคัทชูมา ตามด้วยรองเท้าผ้าใบ และรองเท้าแตะ

ตอนแรกเลยก็เดินไปซื้อที่ เทวิน (เขียนถูกไหมง่ะ) ก็เจอคู่นึง เรียบๆเลย แต่ก็สวยดี

ก็ถามพี่เขา เขาบอกมีใหญ่สุดแค่ 40 แต่พอไปหา กลับเจอแค่ 39

แล้วเค้าก็เลยใส่ไม่ได้อ่ะสิ  TOT ไม่รู้เป็นเวรเป็นกรรมอะไรเกิดมาเท้าโตเนี่ย แง

จากนั้นก็เดินไปดูที่อุดมเอก เห็นมันมีแค่ 38 ครึ่ง

แต่ร้านนี้ไม่ได้ถามพี่เขานะว่ามีใหญ่กว่านี้หรือเปล่า

ก็เลยเดินไปร้านข้างๆ ไปซื้อ บาจา มาใส่ -*-

ได้เบอร์ 8 มา แต่จริงๆอยากได้ 8 ครึ่ง

เพราะเบอร์ 8 เค้าว่ามันคับไปนิดนึงอ่ะ แต่พี่เขาบอกว่า ใหญ่สุดแล้ว

ก็เลยเอา เพราะคงจะไม่มีคู่อื่นอีกแล้ว T^T พี่เขาก็บอก

เนี่ยคู่สุดท้ายแล้วนะเบอร์นี่ หมดแล้ว เหอๆ เกือบไม่มีอะไรใส่และ

ตอนแรกกะว่าคงจะได้ตัดรองเท้าแล้วแหละ

แล้วก็เลยหารองเท้าผ้าใบขาวแถวๆนั้นเอาเลย

เบอร์ 8 เหมือนกัน แต่ใหญ่กว่าคัทชูนะ

มันเป็นหนังสีขาว เหมือนรองเท้าผู้ชายเลย เหอๆ แต่ก็เอาเหอะ ดีกว่าไม่มีใส่

สุดท้าย ก็นั่งรถไปพาต้า ได้รองเท้าแตะมาอีกคู่ เบอร์ 9

เดี๋ยวก็ต้องไปซื้อชุดอีก เฮ้อ เหนื่อยจริงๆเลย

-------------------------------------------------------

บอกก่อนเนอะ เรื่องข้างล่างนี้ ใครไม่อยากอ่านก็ไม่ต้องอ่านน๊า

 

เกาหลีใต้มองไทย (2) [27 ต.ค. 49 - 14:52]

เมื่อ นสพ.ไทยรัฐกรอบบ่ายฉบับที่ตีพิมพ์เรื่อง “นิสัยคนเกาหลีใต้” กระจัดพลัดพรายแพร่หลายออกไป ก็มีข้อมูลจากผู้อ่านท่านพี่น้องประชาชนคนที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับเกาหลีใต้ ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ มาหาผมกันจม ท่านหนึ่งกรุณาส่งบทความของรองศาสตราจารย์ ดร.ดำรงค์ ฐานดี ผู้อำนวยการศูนย์เกาหลีศึกษาของมหาวิทยาลัยรามคำแหง มาให้ ทั้งหมดมี 29 หน้า น่านำมาศึกษามากครับ

บทความนี้ส่วนใหญ่จะชื่นชมเกาหลีใต้ แต่มีบางตอนที่อาจารย์ ท่านกล้าเอาบทความของฝรั่งและของท่านเองที่วิจารณ์คนเกาหลีใต้ตรงๆมาลง ผมขออนุญาตนำบางตอนมารับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพดังต่อไปนี้ครับ

“คนที่ไม่รู้จักกันจะไม่ทักกัน และจะไม่ใช้รอยยิ้มในการทักทายคนที่ไม่รู้จัก เพราะถือกันว่า ผู้ใดเปิดยิ้มให้ก่อนจะทำให้ดูเหมือนว่าเป็นคนชอบเปิดตัว ต้องการรู้จักคนอื่นเพื่อการหวังผลจากอีกฝ่ายหนึ่ง ดังนั้น จึงจะเห็นว่าในขณะที่รอคอยรถเมล์ รถไฟใต้ดิน หรือแม้แต่การให้บริการ เช่น พนักงานขายของ แคชเชียร์ และคนเสิร์ฟอาหาร จะไม่ค่อยมีรอยยิ้มเลย คนจะยิ้มให้กันก็เฉพาะคนที่รู้จักมักคุ้นกันแล้วเท่านั้น”

“ชีวิตการอยู่ร่วมกันในครอบครัวของคนเกาหลีในอดีตนั้น บ้านจะมีเพียง 2-3 ห้อง และมีคนหลายคนของครอบครัวขยายอาศัยอยู่ ทุกห้องจึงไม่มีความเป็นส่วนตัวสำหรับใครคนใดคนหนึ่ง เพราะจะมีการใช้ห้องเป็นทั้งที่นอน ห้องนั่งเล่น และห้องอ่านหนังสือสลับกันไป ทำให้ขาดความเป็นส่วนตัวในบ้าน ดังนั้น วิถีทางดำรงชีวิตจะเป็นเสมือนหนึ่งการอยู่ร่วมกันและใช้ของทุกสิ่งร่วมกัน น้องชายและพี่ชายจะสวมใส่เสื้อผ้าของกันและกันเสมอ เพื่อนจะยืมเสื้อและของใช้จากเพื่อนเป็นระยะเวลานานๆก่อนที่จะส่งคืน ความเป็นเจ้าของในทัศนะของชาวตะวันตกจะไม่ค่อยปรากฏในสังคมเกาหลี เพราะจะถูกมองไปว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว ด้วยเหตุนี้การแบ่งปันจึงเป็นวิถีของครอบครัว เกาหลีและกลายเป็นความสัมพันธ์ทางสังคมอีกด้วย”

“ในสังคมเกาหลี มีการใช้คำว่า 'ของเรา' บ่อยกว่าคำว่า 'ของฉัน' ซึ่งหมายรวมไปถึงบ้านของเรา พ่อของเรา บริษัทของเรา โบสถ์ของเรา ฯลฯ”

“.....หากคุณกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์บนรถไฟ คนที่นั่งข้างๆ จะยื่นหน้ามาร่วมอ่านด้วยโดยไม่ขออนุญาต เจ้าของหนังสือพิมพ์ก็ดูจะไม่สนใจว่าใครจะอ่านด้วย ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ดังนั้น กระดาษที่วางบนโต๊ะทำงาน เครื่องใช้สำนักงาน พิมพ์ดีด หรือทีวี มักจะมีคนหยิบฉวยโดยไม่ขออนุญาต ทางที่ดีจึงควรเก็บของใช้ส่วนตัวไว้ในที่มิดชิด อย่าให้ใครเห็นจะเป็นการดีที่สุด”

“.....แต่การคบค้าสมาคมและคุ้นเคยกับคนเกาหลีเป็นเวลานานๆ จะพบว่าคนเกาหลีเป็นคนใจร้อน ไม่มีความเกรงใจ ไม่สำรวม เช่น ตะโกนข้ามหัวกันอย่างไม่ยำเกรง อีกทั้งไม่มีความละอายดังเช่นพฤติกรรมที่คนทั่วโลกยอมรับว่าดีและปฏิบัติตาม แต่คนเกาหลีดึงดันทำตามสิ่งที่ตนต้องการทำ โดยไม่แยแสว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร เช่น แย่งที่นั่งบนรถไฟหรือแซงคิว ก็จะทำตัวไม่รู้ร้อน ไม่รู้สึกว่าตนกระทำผิด หรืออาจคิดว่าคนในสังคมของเขาก็ทำกันเช่นนั้น และจะไม่เอ่ยปากขอโทษเลย คนไทยที่อาศัยอยู่ในเกาหลีต่างรับไม่ได้กับพฤติกรรมแบบนี้”

“ข้อวิพากษ์วิจารณ์ของเกาหลีที่มีต่อคนไทยก็คือ คนไทยเป็นคนขี้เกียจ ตัดสินใจช้า มัวแต่โอ้เอ้ ชอบความสบาย รักความสนุกสนาน ไม่มีความมุ่งมั่นทำสิ่งใดอย่างจริงจัง ไม่มีเป้าหมายในการทำงาน และเป็นสังคมที่ขาดระเบียบวินัย อีกทั้งจะยังเตือนคนเกาหลีด้วยกันเองว่า คนไทยเป็นคนไม่น่าคบ ควรจะแสวงหาประโยชน์จากคนไทยและเมืองไทยให้มากๆ”

ทุกประเทศในโลกนี้มี 2 ด้านครับ ไม่ว่าไทยหรือเกาหลีก็มี 2 ด้าน ทั้งด้านดี และด้านลบ ก่อนจะคบค้าสมาคมหรือลงทุนร่วมหุ้นค้าขายกับประเทศใด ท่านควรศึกษาผู้คนชนชาตินั้นอย่างละเอียดลึกซึ้งทั้งสองด้านเถิด.

นิติภูมิ นวรัตน์


credit>>>http://www.thairath.co.th/news.php?section=international06&content=24386

ดูถูกคนไทยขนาดนี้เลย เราว่าญี่ปุ่นนิสัยดีกว่าเกาหลีนะ คนญี่ปุ่นที่เรารู้จักก้อนิสัยดี ชอบเมืองไทยด้วย มาแล้วมาอีก บอกว่าคนไทยใจดี ถ้าเกาหลีดูถูกเราขนาดนี้ เรายังต้องบ้าดารามันอีกป่ะ

-------------------------------------------------------

อ่านจบแล้วก็ไม่ต้องเครียดเนอะ ^^"

อันนี้เอามาจากเว็บ dek-d นะ ไอ้สีฟ้าๆ คือเจ้าของกระทู้แสดงความคิดเห็นมา

เค้าก็อยากจะบอกว่าเค้าไม่ได้บ้าดารา เกาหลี รวมถึงดาราต่างประเทศด้วย

เพราะเค้าไม่ค่อยจะรู้จักเท่าไหร่เลย - -" ดาราไทยบางคนก็ยังไม่รู้จักด้วยซ้ำ

แต่ว่าก็อยากเรียนนะ ภาษาเกาหลีเนี่ย เคยแอบแม่ไปเรียนมารอบนึง เหอๆ

ถ้าแม่รู้นะ โดนเหยียบจบดินแหงๆเลยฉัน T^T

อาจารย์ก็นิสัยดีนะ ใจดีด้วย ตลกดี ^^

ชื่อภาษาไทย ชื่อว่า "สวย"

และด้วยไอ้ความอยากเรียนนี่แหละ

ส่งผลให้การเลือกคณะเค้าก็เลือก เพราะเค้าอยากเรียน

แต่พอเวลาอาจารย์ หรือคนอื่นๆถามว่าจะเรียนอะไร

ก็ไม่ค่อยกล้าบอกเท่าไหร่ จะบอกแค่เพียงอยากเรียนคณะมนุษย์

เพราะเวลามีคนรู้ เขาก็จะไม่อยากให้เรียน

แนะนำให้เปลี่ยนคณะ ก็เลยไม่ค่อยอยากบอกใคร TOT

ส่วนใหญ่ (หรือทุกคนก็ไม่รู้) จะมองว่าเค้าอยากเรียนตามแฟชั่นบ้างล่ะ

อยากเรียนตามกระแสบ้างล่ะ อยากเรียนตามดารา นักร้องบ้างล่ะ

และอื่นๆ ซึ่งมันก็ไม่เป็นความจริงอ่านะ

ถามว่าทำไมอยากเรียน ก็มันอยากเรียนอะ

แล้วตอน ม.ปลาย ก็ยังไม่ค่อยมีใครมีพื้นฐานเท่าไหร่

มาเริ่มกันตอนมหาวิทยาลัยหมด

ตอนแรก คนรู้น้อย แต่ตอนนี้รู้สึกชักจะเยอะมาก -0-

ตามความเป็นจริงอยากเรียนทั้ง จีน เกาหลี ญี่ปุ่นเลย

อยากพูดได้หมดเลย โฮะๆ โลภมากมาย ไม่รู้จะมีปัญญาทำได้ไหมนะ เหอๆ

สำหรับเค้านะ เค้าก็ไม่รู้หรอกว่าคนเกาหลีนิสัยเป็นยังไง

เพราะว่าไม่เคยรู้จักคนเกาหลีจริงๆจังๆสักที

แต่เท่าที่เคยอ่านมา บางคนก็ว่าคนเกาหลีนิสัยดี บางคนก็ว่าคนเกาหลีนิสัยไม่ดี

เค้าว่าทุกชาติก็ต้องมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกันไป จริงมะ

บูรพา รองเท้า

Posted on Sun 20 May 2007 19:48

Comment
ทุกประเทศมีทั้งคนดีคนไม่ดีนะคะ

เราจะเหมาว่าคนทั้งหมดจะเหมือนกันไม่ได้เนอะ
   
Tue 22 May 2007 20:22 [4]

ความเห็นเหมือนพี่ก้อยเลยจ้ะ

---------------------
เปิดเทอมใหม่ตั้งใจเรียนน้า ปี 1 ต้องใส่ผ้าใบขาวด้วยใช่อ่ะป่าวเอ่ย สมัยพี่นี่ใส่แบบผ้าใบขาวแต่ขอส้นสูงแฟชั่นมาก่อเลย ฮา ฮา

ที่คณะผู้ชายพี่ก้อว่าไม่น้อยน้า ประมาณ 1 ใน 3 ยังงัยก้อเทคแคร์นะจ๊ะ อยู่หอรึเปล่านี่ เสือสิงห์กระทิงแรดมากมาย แต่จริงๆ รุ่นพี่น่ะจริงใจก้อมีมาก จะได้เห็นว่าเทคแคร์กันได้ดี อันนี้สมัยที่พี่เรียนนะ สนิทกันหมด รู้จักกันหมดทั้งคณะ เพราะต้องจำชื่อกันให้ได้ เด๋วนี้รับน้องคงอ่อนลงไปมากๆ แล้วล่ะ

ถ้ามีรุ่นพี่มีสีก้อต้องระวังฮา ฮา พวกนี้จะแบบรุ่นเดียวกันไม่อาวว เหราะเห็นไส้และพุงกันหมดแล้ว รอรุ่นน้องหน้าใสๆ กันท้างน้าน

เทคแคร์จ้ะ ^___^
   
Mon 21 May 2007 21:50 [3]

พี่ว่าทุกชาติก็มีทั้งดีและไม่ดีปนกันไป ทุกชาติเค้าก็มองเมืองไทยในแบบต่างกันไปทั้งดีและไม่ดี เราเองก็มองชาตินั้น ๆ ทั้งดีและไม่ดีเช่นกัน

คนเกาหลีก็มีทั้งดีและไม่ดี เหมือนกับคนทั่ว ๆ ไป พี่ก็เจอทั้งดีและไม่ดีค่ะ

   
Mon 21 May 2007 2:33 [2]

น่าสนเนอะ..เรียนเกี่ยวกับเกาหลี...

ใส่รองเท้าเบอร์8 ครึ่งเลยหรอ...
พี่ใส่เบอร์ 5 เอง
   
Sun 20 May 2007 20:37 [1]


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง